Telecommunications

โฆษณาออนไลน์เตรียมตัว กสทช. เริ่มมอนิเตอร์เว็บสัปดาห์หน้า

มอนิเตอร์โฆษณาออนไลน์

กสทช. เผยผลการประชุมร่วมกันกับ อย. ในการหาแนวทางระงับเนื้อหาโฆษณาที่ผิดกฎหมาย อย. ผ่านทางเว็บไซต์ โดยจะดำเนินการในทิศทางเดียวกับการดำเนินการตรวจสอบกับทีวีดิจิทัล และวิทยุ ซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่จาก อย. มานั่งทำงานที่ กสทช. จำนวน 6 คน พร้อมเริ่มตรวจสอบวันที่ 15 พฤษภาคมนี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. และ ภก.ประพนธ์ อางตระกูล ที่ปรึกษา อย. กล่าวถึงขั้นตอนการตรวจสอบว่า หากเจ้าหน้าที่จาก อย. พบผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายจะแจ้งเป็น URL และส่งให้ กสทช. แจ้งต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาจาก URL นั้น ๆ ต่อไป

นายฐากรชี้ว่า กระบวนการใหม่นี้ถือว่ารวดเร็วกว่าในอดีต จากเดิมที่กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการและสามารถยุติการนำเสนอคอนเทนต์ดังกล่าวอาจใช้เวลาประมาณ 45 – 60 วัน เหลือเพียง 1 – 2 วันเท่านั้น

มอนิเตอร์โฆษณาออนไลน์

สำหรับการตรวจสอบเนื้อหาบนสื่อทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม และวิทยุนั้น นายฐากรระบุว่า นับตั้งแต่กสทช. และ อย. จัดทีมตรวจสอบร่วมกันระหว่างวันที่ 4 – 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น 21 โปรดักส์ แบ่งออกเป็นทีวีดิจิทัล 5 ช่อง 6 โปรดักส์ และทีวีดาวเทียม 14 ช่อง 16 โปรดักส์

ส่วนรูปแบบการมอนิเตอร์บนสื่ออินเทอร์เน็ตนั้น จะเป็นการเปิดเว็บต่างๆ และการค้นหาผ่านคีย์เวิร์ด เช่น คำว่า ยาลดความอ้วน ยาทำแท้ง ฯลฯ เป็นต้น และสถานีที่ได้รับคำสั่งจาก กสทช. แล้วยังออกอากาศซ้ำ หรือไม่มีการดำเนินการถอดโฆษณาดังกล่าว ก็จะมีโทษปรับตามมา นั่นคือ ไม่เกิน 5 ล้านบาท และโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี

มอนิเตอร์โฆษณาออนไลน์

ภก.ประพนธ์ อางตระกูล  ที่ปรึกษา อย. กล่าวถึงความท้าทายของการไล่จับโฆษณาที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ก็คือ การขาดงบประมาณและกำลังคนของ อย. ในการเข้าตรวจสอบ พร้อมกับชี้ว่า อย. ได้รับงบประมาณในแต่ละปีเพียง 800 ล้านบาทเท่านั้น

ที่ผ่านมา การสุ่มตรวจสินค้าต่าง ๆ รวมถึงการนำไปตรวจสอบสารพิษตกค้าง ฯลฯ นั้นเป็น อย. ที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว (ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสารเคมีตกค้าง ฯลฯ นั้นตกประมาณครั้งละ 7,000 – 9,000 บาท)

แม้จะมีคำแนะนำให้ อย. เก็บค่าใช้จ่ายนี้จากผู้ประกอบการ แต่หลายภาคส่วนก็วิพากษ์วิจารณ์ การกระทำดังกล่าวว่า จะเป็นการไม่ส่งเสริมผู้ประกอบการ ทำให้ อย. อยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาโดยตลอด

ขณะเดียวกัน ภก.ประพนธ์ เผยด้วยว่า ได้มีการขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์มต่างประเทศอย่างกูเกิล (Google) เฟซบุ๊ก (Facebook) และไลน์ (LINE) แล้ว ทว่า ตัวแทนของแพลตฟอร์มจากต่างประเทศส่วนหนึ่งระบุว่าไม่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องส่งเรื่องให้บริษัทแม่เป็นผู้พิจารณา

“อย่างกูเกิลเขายอมทำให้ แต่เวลาบล็อก เขาบล็อกทั้งหมด เช่น คำว่า ลดความอ้วน หากถูกบล็อก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ก็จะถูกบล็อกทั้งหมด”

ทั้งนี้ ในมุมของที่ปรึกษา อย. ระบุว่า จะดีกว่า หากผู้บริโภคมีความรู้ และทัศนคติที่ถูกต้องในด้านสุขภาพ และไม่หลงเชื่อดาราที่ถูกจ้างมาโฆษณา ส่วนการจะเพิ่มคนมอนิเตอร์ให้มากขึ้นนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะถึงเราปิดได้ คนก็จะหาทางไปเปิดใหม่ได้อยู่ดี ดังนั้นทุกฝ่ายจึงควรมองไปที่ต้นตอ และแก้ให้ถูกจุด


Add Friend

Add Friend Follow
Suwapit Laxanaphisuth