Politics

แก้ว 3 ประการ!! ‘พลังประชารัฐ’ งัดนโยบายเอาใจเกษตรกรกรุงเก่า

“พปชร.” ชูนโยบายพยุงราคาข้าวเปลือกเอาใจชาวอยุธยา โวพรรคมีแก้ว 3 ประการพร้อมทำงานเพื่อ “ประชาชน” ย้ำ “ประยุทธ์” เหมาะสมเป็นนายกฯที่สุด

 

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดอยุธยา ว่า ปัจจุบันอยุธยามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายและเป็นจังหวัดที่มีรายได้เป็นอันดับ 4 ของประเทศ รองจาก ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพ ซึ่งมีรายได้หลักมาจากท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม ดังนั้น อยุธยาจึงมีความสำคัญต่อคนไทยและเป็นที่รู้จักของต่างประเทศ แต่ต้องเติม คือ การกระจายรายได้ให้กับพื้นที่ชุมชนโดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อทำให้รายได้เกิดขึ้นที่ฐานราก สร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่

อย่างไรก็ตาม อาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยึดเกษตรกรทำนาเป็นหลัก และในบางปีราคาข้าวก็ไม่ดี จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีนโยบายเพื่อช่วยชาวนา ซึ่งพรรคมีนโยบายเป็นรูปธรรมจับต้องได้อย่างมาก คือ 1.พยุงราคาข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาทเพื่อชะลอการขายและถ้าชาวนาได้ราคามากกว่าสามารถไถ่ถอนไปขายเองได้ 2.การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ เรียกรวม “ข้าวได้ราคา ชาวนาได้เงินเพิ่ม” ซึ่งมั่นใจว่านโยบายที่คิดมานี้เป็นสิ่งที่ทำได้จริง

นอกจากนั้น ยังมีอีกนโยบาย คือ สวัสดิการประชารัฐ ซึ่งจะดูแลประชาชนทุกคน และนโยบายสังคมประชารัฐที่จะสร้างโอกาส สร้างอนาคต สร้างสังคมสีขาว คือปลอดภัย ปลอดโรค ปลอดยา

“พลังประชารัฐมีแก้ว 3 ประการ ทั้งผู้สมัครที่เราคัดเลือกกันอย่างเข้มข้นจนได้คนที่มีคุณภาพเหมาะสมที่จะเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชน อีกทั้งเรื่องนโยบายที่มาจากความต้องการของพี่น้องประชาชนและที่สำคัญคือได้ผู้นำที่เป็น action man คือ คนที่ทำมากกว่าพูด ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลักอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”นายสุวิทย์ กล่าว

ด้านนายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาตร์การเลือกตั้งภาคกลาง กล่าวว่า ตนเคยเป็น ส.ส. ของพรรคไทยรักไทย และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากกรณียุบพรรค จนกระทั่งตัดสินใจร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ อาสาเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประชาชน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ หากสองพรรคการเมืองใหญ่ยังถูกเลือกให้เป็นรัฐบาลอีก ความขัดแย้งที่มีมานานกว่า 10 ปี ก็จะไม่จบสิ้น

อย่างไรก็ตาม ควรให้โอกาสพรรคการเมืองใหม่อย่างพลังประชารัฐ ที่เสนอพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เข้ามาแก้ปัญหา และพัฒนาประเทศ เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ พยายามสร้างความเจริญ ความมั่นคงและมั่งคั่งของประเทศ ดูแลคนยากจน รวมไปถึงเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา

ขณะที่ นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรร กล่าวยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความเหมาะสมเป็นนายกฯมากที่สุด เพราะรัฐบาลก่อนหน้านี้มีโครงการที่สร้างความเสียให้กับประเทศ จนพล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาทำให้บ้านเมืองสงบ อีกทั้งตลอด 4 ปี ที่ผ่านมาทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว และแม้พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด พูดไม่เพราะเหมือนนักการเมือง แต่เป็นคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯมากที่สุดในตอนนี้

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team