Politics

ไม่จบ!! ประธานสหภาพฯอสมท ขอเหตุผลปลดผู้ประกาศ

ประธานสหภาพฯอสมท รอดูหนังสือและเหตุผลสั่งปลดพิธีกร “ศึกเลือกตั้ง62” ลั่นหากฟังไม่ขึ้นจำเป็นต้องเคลื่อนไหว เพื่อปกป้องวิชาชีพสื่อและสิทธิประชาชน ในการรับรู้ข่าวสาร

นายสุวิทย์ มิ่งมล ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าจากประเด็นที่มีคำสั่งปลด นางอรวรรณ ชูดี (กริ่มวิรัตน์กุล) ผู้จัดการส่วนสร้างสรรค์รายการข่าว สำนักข่าวไทย อสมท. ยุติการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ “ศึกเลือกตั้ง 62” ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ช่อง 9 MCOT HD นั้น ยืนยันว่ายังไม่เห็นหนังสือคำสั่งดังกล่าว

ดังนั้นท่าทีคืออยากเห็นคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะต้องการอยากทราบเหตุผลที่ปลดคืออะไร และส่วนตัวในฐานะอีกหมวกก็เป็นผู้ประสานงานในการจัดดีเบตทั้ง 2 ครั้ง และมีส่วนร่วมกับนางอรวรรณในการคิดรูปแบบรายการ เห็นว่ารายการที่ทำเป็นไปตามหลักจรรยาบรรณและวิชาชีพสื่อสารมวชน

“เราเชิญทุกพรรค ทุกฝ่าย แม้กระทั่งเด็กๆอย่างที่พี่ตุ๊กว่า 100 เสียงในห้องส่ง ทุกคนไม่มีใครรู้คำถามล่วงหน้า ฉะนั้นตอนนี้ยังรออยู่ ซึ่งก็มีคนถามมาเหมือนกันว่า สหภาพฯ อสมท  จะเหมือนทุกครั้งหรือไม่ ระดมพนักงานแต่งชุดดำ แค่อยากบอกว่าต้องรอดูท่าที เพราะเห็นว่าล่าสุดผู้อำนวยการ อสมท จะมีการให้ข่าวกับสื่อมวลชนในวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม ซึ่งต้องรอดูหนังสือคำสั่งก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่มีใครเห็นคำสั่งตัวนั้น ถ้าเกิดคำสั่งและเหตุผล เป็นเหตุผลที่รับฟังไม่ขึ้น สหภาพฯก็คงจะมีจุดต่อไปในการเคลื่อนไหว ยืนยันว่าเราไม่อยู่นิ่งเฉยแน่นอน”นายสุวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ อยากให้กรณี อสมท สะท้อนไปถึงสื่อสำนักอื่นๆ  ส่วนตัวอยากขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาให้กำลังใจ ทั้งประชาชน คนดู รวมถึงหลายพรรคการเมือง ถือเป็นน้ำใจ ที่ได้มาแสดงจุดยืนว่าสนับสนุนในสิ่งที่ดำเนินการ และไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำจะถูกตีความว่าเป็นประโยชน์ทางการเมืองกับใครอะไรหรือไม่ แต่ในมุมคนทำสื่อได้ทำรายการเป็นไปตามหลักวิชาชีพ ฉะนั้นถ้าเกิดจะมีประโยชน์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คือ ระมัดระวังมากขึ้น ในการที่จะแทรกแซงสื่อสำนักอื่นๆ และขอให้สื่อต่างๆดูกรณีนี้ เพราะถ้าเป็นคนทำสื่อ และไม่ยอม ลุกขึ้นมาต่อสู้ สังคมก็พร้อมอยู่เคียงข้าง

อย่างไรก็ตาม หากคำแถลงฟังไม่ขึ้นก็ต้องปกป้องคนทำงาน ถึงแม้ตัวนางอรวรรณ ตามกฎหมายไม่ใช่สมาชิกสหภาพฯ แต่สิ่งที่เกิดมันคือภาพลักษณ์องค์กร เพราะอสมท.เป็นองค์กรสื่อสารมวลชน หากเกิดอะไรโดยเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ก็เท่ากับเป็นการแทรกแซงการทำงานของสื่อสารมวลชน ซึ่งไม่ควรเกิด ฉะนั้นจึงไม่ใช่การปกป้องคนทำงาน แต่มันเป็นการปกป้องจรรยาบรรณและวิชาชีพสื่อมวลชน และเป็นการรักษาไว้ซึ่งสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข่าวสาร

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค สุวิทย์ มิ่งมล

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team