Business

‘ศุภาลัย’ ลุย 34 โครงการ 4 หมื่นล้าน เปิดพื้นที่ใหม่พิษณุโลก-อยุธยา

“ศุภาลัย” ลุย 34 โครงการปี 62 กว่า 40,000 ล้านบาท วางเป้ายอดขายรวมทะลุ  35,000 ล้านบาท ขยายโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ-แนวสูง-อาคารสำนักงาน ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่างจังหวัด ต่างประเทศ อัดโครงการภูธร เพิ่มสัดส่วนเป็น 30% ใน 3 ปี ปีนี้เปิดจังหวัดใหม่พิษณุโลก-อยุธยา 

นายประทีป  ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2562 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 35,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม 28,000 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 34 โครงการ แยกเป็นโครงการแนวราบ ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล และต่างจังหวัด จำนวน 28 โครงการ โครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ จำนวน 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 40,000 ล้านบาท

โดยส่วนใหญ่กว่า 50% ของเงินลงทุนในปีนี้มาจาก คอนโดมิเนียม “ศุภาลัย ไอคอน สาทร ” 50 ชั้น ที่ลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งอาคารพักอาศัย 700 ห้อง สำนักงานให้เช่า และร้านค้า ขณะนี้กำลังเคาะราคาขาย

สำหรับสัดส่วนการลงทุนพัฒนาโครงการของบริษัท จะขยับเพิ่มสัดส่วนในต่างจังหวัดมากขึ้น อีก 3 ปี จะเป็นสัดส่วน 30% ของรายได้ จากปัจจุบัน 27% แต่การจะไปถึง 50% คงอีกนาน เพราะส่วนใหญ่ฐานการทำงานของคนไทยยังอยู่ที่กรุงเทพ

จังหวัดที่เราไปลงทุน ต้องเป็นจังหวัดใหญ่ เป็นแหล่งทำงานของคนจำนวนมาก และแต่ละจังหวัดต้องทำโครงการได้ไม่น้อยกว่า 3 โครงการ จึงจะคุ้มทุน บางจังหวดเล็กเกินไป และเงียบๆ เราก็ไม่ไปลงทุน เช่น ลพบุรี จันทบุรี ตราด สิงห์บุรี อ่างทอง เป็นต้น ”

ลุยลงทุนพิษณุโลก-อยุธยาต่อ

อย่างไรก็ตามมีหลายจังหวัดที่เมืองกำลังขยาย ซึ่งบริษัทเข้าไปลงทุนแล้วกว่า 16 จังหวัดแล้ว หากนับรวมกรุงเทพ และปริมณฑลรวม 20 จังหวัด สำหรับปีนี้จังหวัดใหม่ที่จะเดินหน้าลงทุนอยู่ที่พิษณุโลก เพราะมีโอกาสในการขยายตัว มีทั้งสนามบิน เป็นเมืองท่องเที่ยว และยังเป็นเมืองที่มีผลผลิตทางการเกษตรด้วย รวมถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจเช่นเดียวกัน จากการที่มีนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก เป็นเส้นทางผ่านของรถไฟความเร็วสูง และเป็นพื้นที่เกษตรด้วย ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ

“ส่วนจังหวัดที่เราลงทุนแล้ว ก็จะขยายการพัฒนาโครงการอื่นๆต่อ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีความมั่นใจว่าจังหวัดดังกล่าวมีพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง  มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ปักหลักออสเตรเลีย

ส่วนการลงทุนในต่างประเทศ เน้นออสเตรเลีย เพราะมีพันธมิตรที่ดี  มีโอกาสเติบโตสูง จากการเปิดขายที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด โดยศุภาลัยเข้าไปลงทุนในหลายๆเมือง ได้แก่ เมลเบิร์น บริสเบน เพิร์ท จิลอง ในรัฐวิกตอเรีย รวม 9 โครงการที่กำลังพัฒนา ใช้เงินลงทุนรวม 3,000 ล้านบาท ลงทุนไปแล้ว 1,000 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมดกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งโครงการจัดสรรที่ดิน บ้านพักริมทะเล และบ้านเดี่ยว นอกจากนี้จะขยายการลงทุนในอาเซียนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามนโยบายของบริษัทจะลงทุนในต่างประเทศสัดส่วนไม่เกิน 10% จากปัจจุบันอยู่ในระดับประมาณ 5%

สำหรับผลประกอบการของบริษัทปี 2561 ถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถทำยอดขายได้พุ่งทะลุเป้ากว่า 33,343 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียม 17,282 ล้านบาท และแนวราบ 16,061 ล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการทั้งหมด 25 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 22 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ

อีกทั้งบริษัทยังมีการเติบโตด้านผลประกอบการ โดยสามารถทำรายได้รวมอยู่ที่ 25,810 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,770 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งรายได้หลักมาจากการทยอยส่งมอบคอนโดมิเนียมและแนวราบโครงการต่างๆ จำนวน 7 โครงการ แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สินทรัพย์เติบโตขึ้น 4 % ส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโต 22 %

ปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 39 % ส่วนต้นทุนการเงินที่อัตราเฉลี่ย 2.39 % ณ 31 ธันวาคม 2561 และมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 42,529 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2561 เพื่อรองรับการเติบโตด้านรายได้ของบริษัทในอนาคต

สำหรับภาวะเศรษฐกิจในปี 2562 นายประทีป ระบุว่า การเติบโตยังไปได้ดี อาจลดลงบ้างเหลือ 4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่เติบโตกว่า 4.1-4.2% แต่ก็ไม่ถึงกับมีการชะลอตัว แต่ที่มีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  คือ การ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% มาที่ 1.75%  และมาตรการควบคุมสินเชื่อบ้าน (Loan to Value : LTV) ที่ทำให้กำลังซื้อลดลง แต่โดยภาพรวมแล้วเชื่อว่าปีนี้บริษัทจะยังรักษาระดับการเติบโตได้ต่อไป และไม่มีผลกระทบต่อบริษัทมากนัก

“ศุภาลัยเอง มีกรอบการวางดาวน์ในแต่ละโครงการระดับ 15-20% เราจึงไม่กังวล ว่าจะมีแต่ยอดจองซื้อ เพราะคนที่จะมาซื้อเราแสดงว่าต้องการอยู่จริง เพราะทำเลของบริษัทได้เปรียบ และราคาที่ย่อมเยาว์กว่าบริษัทใหญ่อื่น ” 

 

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB