World News

ทรัมป์ประกาศซัมมิตคิมล้มเหลว เหตุอีกฝ่ายยื่นข้อเรียกร้องเลิกคว่ำบาตร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระบุ การหารือระหว่างเขากับ “คิม จอง อึน” ประธานประเทศเกาหลีเหนือในวันนี้ ล้มเลวที่จะบรรลุข้อตกลงกัน เพราะอีกต้องการให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

ก่อนหน้าที่จะประชุมร่วมกันเป็นรอบที่ 2 ในครั้งนี้ ทั้งทรัมป์ และคิม ต่างแสดงความหวังถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาความสัมพันธ์ และในเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

“พูดง่ายๆ ก็คือ พวกเขาต้องการให้เรายกเลิกการคว่ำบาตรทั้งหมด แต่เราทำแบบนั้นไม่ได้ เราเลยต้องเดินออกมา” ทรัมป์บอกต่อผู้สื่อข่าว หลังการเจรจายุติลงเร็วกว่าที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐยืนยันว่า เขายังคงมองในแง่ดีว่า การหารือครั้งนี้ทั้งก่อน และระหว่างการเจรจา ยังมีความก้าวหน้าอยู่บ้าง ซึ่งทำให้ทั้ง 2 ประเทศอยู่ในสถานะที่จะทำให้มีผลลัพธ์ที่ดีออกมาในอนาคต

เขาบอกด้วยว่า ผู้นำเกาหลีเหนือได้ให้คำมั่นที่จะไปฟื้นการทดลองนิวเคลียร์ หรือขีปนาวุธขึ้นมาอีก แต่บอกว่า การหารือรอบที่ 3 กับคิม ยังไม่ได้อยู่ในความคิดในขณะนี้ แม้จะย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันก็ตาม

“เราต่างชื่นชอบกันและกัน มีความอบอุ่นระหว่างเรา และผมหวังว่าความรู้สึกนี้จะยังอยู่ ผมคิดว่าคงไม่หายไป”

ผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้ ห่างไกลจากที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้มาก ซึ่งโจ ซิริซิโอน ประธานมูลนิธิเพื่อสันติภาพพลัฟแชร์ส ฟันด์ ระบุว่า เป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ และแสดงให้เห็นว่า คณะทำงานของ 2 ฝ่ายไม่มีเวลามากพอที่จะเตรียมการในเรื่องข้อตกลงไว้

ตามกำหนดการเดิมที่ทำเนียบขาววางไว้นั้น จะมีพิธีลงนามข้อตกลงร่วมกันเกิดขึ้น และการหารือระหว่างรับประทานอาหารกลางวันของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ

แต่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้ง 2 ฝ่ายออกจากห้องประชุมโดยไม่ได้มีการลงนามใดๆ เกิดขึ้น และทรัมป์เลื่อนเวลาแถลงข่าวเร็วขึ้นมา 2 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี แฮร์รี คาเซียนิส ผู้อำนวยการฝ่ายเกาหลีศึกษา จากเซ็นเตอร์ ฟอร์ เนชันแนล อินเทอเรสต์ กล่าวว่า การไม่มีข้อตกลงยังดีกว่ามีข้อตกลงที่ไม่ดี และว่า ความท้าทายในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งการมีข้อตกลงที่แทบจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในภัยคุกคามนี้ จะยิ่งแย่กว่าการที่ไม่ข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้น

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team