ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

ระวัง !!! ถุงยางอนามัยไร้คุณภาพ ‘เสี่ยงโรคติดต่อ-ท้อง’



พรุ่งนี้ (14 ก.พ.) ก็จะถึงวาเลนไทน์แล้ว แม้ไม่ใช่วันนี้ แต่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ออกโรงให้มีการเฝ้าระวังถุงยางอนามัยที่ขายในท้องตลาด และให้ประชาชนเลือกซื้อถุงยาง และใช้อย่างถูกวิธี หลังจากพบว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ไร้คุณภาพ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุถึงผลการทดสอบคุณภาพถุงยางอนามัย ปี 2559–2561 พบผ่านมาตรฐาน 98 % อีก 2% ไร้มาตรฐาน ซึ่งหลายคนอาจดวงไม่สมพงษ์ไปเจอถุงยางอนามัยส่วนน้อย จึงแนะนำประชาชนให้เลือกซื้อถุงยางอนามัยที่มีเลขใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. และตรวจสอบวันหมดอายุก่อนซื้อ ไม่เช่นนั้นอาจนำพาโรคมาหาตัวได้ โดยเฉพาะเอชไอวี

จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา พบว่า แม้ภาพรวมสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย ในปี 2560 โดยรวมลดลง แต่หากจำแนกตามกลุ่มอายุ จะพบว่าในกลุ่มวัยรุ่น อายุ 15-24 ปี มีอัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ทั้งเอชไอวี ซิฟิลิส และโรคหนองใน

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว เพราะนอกจากปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ป้องกันแล้ว ยังมีปัญหาการใช้ถุงยางอนามัยที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการใช้งานอย่างไม่ถูกต้องที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ในการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างถุงยางอนามัย จากร้านขายยา ผู้แทนจำหน่าย และโรงพยาบาล ในปี 2559–2561 รวม 234 ตัวอย่าง นำมาตรวจคุณภาพ พบว่า 98 % ผ่านมาตรฐาน มอก.625-2559

ทั้งนี้ ถุงยางอนามัยจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2556 กำหนดให้มีมาตรฐาน และข้อกำหนดตาม มอก. 625-2559 หรือ ISO 4074 : 2015 โดยต้องมีใบอนุญาตในการผลิตหรือนำเข้า รวมถึงมีการตรวจสอบคุณภาพทุกรุ่นก่อนวางจำหน่ายในท้องตลาด และหากเป็นถุงยางอนามัยที่มีกรรมวิธีการผลิตใหม่ ต้องมีการทดสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากพบว่าถุงยางอนามัยรุ่นใดไม่เข้ามาตรฐาน ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะวางจำหน่ายไม่ได้

5 วิธีเลือกซื้อ-จัดเก็บถุงยางอนามัย 

  • มีเลขใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์ ซึ่งรับรองจาก อย.
  • ไม่ควรซื้อถุงยางอนามัยมาเก็บไว้นานๆ
  • ควรสังเกตดูวันหมดอายุก่อนซื้อ
  • เก็บถุงยางอนามัย ในที่แห้ง เย็น ไม่ถูกแสงแดด หรือแสงฟลูออเรสเซนต์
  • ไม่ควรเก็บถุงยางอนามัยไว้ในช่องเก็บของรถยนต์ซึ่งมีอุณหภูมิสูง ในตอนกลางวัน กระเป๋าใส่ธนบัตร หรือกระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพราะการกดทับ จะทำให้ถุงยางอนามัยมีรอยรั่ว หรือฉีกขาดได้

นอกจากนี้ ควรเลือกใช้สารหล่อลื่นที่ละลายในน้ำ หรือซิลิโคนออยล์ (silicone oil) เช่น เค-วาย เจลลี่ , คิว-ซี เจลลี่, ดูราเจล หรือกลีเซอรีน ไม่ควรใช้สารหล่อลื่น ที่มีส่วนผสมของน้ำมันพืช หรือน้ำมันแร่ เช่น เบบี้ออยล์, น้ำมันทาผิว, ปิโตรเลียม เจลลี (petroleum jelly), น้ำมันปรุงอาหาร และน้ำมันชนิดอื่นๆ เนื่องจากจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพ แตกขาดง่าย ทำให้ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือคุมกำเนิดได้

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังมีพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัย ซึ่งจัดแสดงถุงยางอนามัยยี่ห้อ และแบบต่างๆ ทั้งที่จำหน่ายในประเทศ และนำเข้าที่ถูกส่งมาทดสอบคุณภาพตลอด 30 ปี ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าชมได้ที่สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ (อาคาร 9 ชั้น 8) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 99954, 99955 เวลาเข้าชมวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 9.00–16.00 น.

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB