CEO INSIGHT

เปิดเส้นทางสู่ ‘เจ้าแห่งทุน’ : เจริญ สิริวัฒนภักดี ‘ปักหมุดเวียดนาม’

การรุกสู่ตลาดระดับภูมิภาคของ “ทีซีซี กรุ๊ป” เป็นการขยับโดยพร้อมเพรียงกันทั้งกลุ่ม ขณะที่ “ไทยเบฟ” ไล่ซื้อกิจการ “บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์”  หรือ “บีเจซี” เรือธงอีกลำในอาณาจักรธุรกิจของ “เจริญ”  ก็รุกตามไปในทิศทางเดียวกัน

บีเจซี เป็นบริษัทการค้าเก่าแก่ ก่อตั้งโดยชาวสวิส “อัลเบิร์ต ยุคเกอร์” และ “เฮนรี่ ซิกก์” เมื่อปี 2425 ขายตั้งแต่สบู่ ขวดแก้ว ยันอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย

ในปี 2528 ทายาทผู้ก่อตั้งขายหุ้นให้ “กลุ่มเฟิร์ส แปซิฟิก” ของ “หลิม ชู เหลียง” มหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน ก่อนที่ “เจริญ” จะซื้อหุ้นบีเจซียกล็อต 53.5 % ต่อจาก เฟิร์ส แปซิฟิก ในปี 2544 และตั้งโต๊ะรับซื้อจากผู้ถือหุ้นรายย่อย จนรวบรวมหุ้นได้ 73.3 % และก่อนที่ “เจริญ” จะถอนบีเจซีจากตลาดหุ้นในปี 2560 กลุ่มทีซีซี ถือครองหุ้นถึง 99.85 %

ปี 2551 ที่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์กำลังเขย่าโลกนั้น บีเจซีเริ่มต้นปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเกมธุรกิจใหม่ จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการ ในปี 2559 และเป็นผลจากการปรับโครงสร้างในกลุ่มทีซีซีเองด้วย

ในเชิงบริหาร “อัศวิน เตชะเจริญกุล” (ลูกเขยคนเล็กของเจริญ) วัย 32 ปี ในขณะนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก่อนนั่งควบประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ในอีก 2 ปีต่อมา

ด้านการจัดการ โครงสร้างองค์กรมีการปรับเปลี่ยน แยกธุรกิจต่างประเทศออกมาเป็นหนึ่งในสายงานหลักเชิงยุทธ์ศาสตร์ ตั้งบริษัท “บีเจซี อินเตอร์เนชั่นแนล” ขึ้นมาเป็นหัวหอกในการรุกต่างประเทศ

อัศวิน เตชะเจริญกุล

โจทย์ที่ “เจริญ” มอบให้อัศวินคือ นำบีเจซีขึ้นสู่กิจการระดับภูมิภาค และดำเนินธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ หรือทั้งผลิตและขายควบคู่กัน เพื่อสนองต่อเป้าหมายใหม่

อัศวินวางแนวทางที่เขาเรียกว่า การสร้างสาธารณูปโภคทางการตลาด หรือ การสร้างเครือข่ายและฐานข้อมูล ขึ้นมา ก่อนนำบีเจซีไล่ซื้อกิจการในอาเซียนอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ 2550 เพื่อปิดช่องว่างระหว่างห่วงโซ่ธุรกิจของกลุ่ม และเป็นฐานในการก้าวกระโดดขึ้นเป็นผู้นำจุดกระจายสินค้าในอาเซียน

ในปีเดียวกันนั้น ( 2551) บีเจซีซื้อบริษัท “เจซีฟูดส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี” ผู้ผลิตมันฝรั่งไวส์ ในมาเลเชีย นับเป็นบริษัทลำดับแรกๆ ที่บีเจซีซื้อตามยุทธศาสตร์มุ่งสู่กิจการระดับภูมิภาค

  • ปี 2553 ร่วมทุนกับ “บริษัทโอเว่น อิลลินอยส์” ผู้ผลิตแก้วรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้บีเจซีก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ปี 2555 ร่วมทุนใน  “บริษัท ไทยเบเวอร์เรจ แคน”  ก่อนจับมือกับ “บริษัทบอลล์ คอร์ปอเรชั่น” ผู้ผลิตกระป๋องอลูมิเนียมรายใหญ่ของโลก ตั้งโรงงาน “ทีบีซี-บอล เบเวอร์เรจ แคน เวียดนาม ลิมิเต็ด”
  • ปี 2554 ซื้อ “บริษัท เอเชีย บุ๊คส์” เครือข่ายร้านหนังสือชั้นนำแห่งหนึ่งของไทย และปีเดียวกันนั้น เจริญนำบีเจซีโดดเข้าร่วมชิงประมูลซื้อโมเดิร์นเทรดสัญชาติฝรั่งเศส “คาร์ฟูร์” ก่อนที่ “บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์” หรือ บิ๊กซี เป็นผู้ชนะการประมูลครั้งนั้น

  • ปี 2556 ปีที่ไทยเบฟปิดดีลเฟรเซอร์แอนด์นีฟนั้น บีเจซี รุกหนักในตลาดเวียดนาม ด้วยการขยายสู่ธุรกิจค้าปลีกแบบรอบด้าน ทั้งเปิดร้าน “โอเกนกิ” ขายยาและสินค้าสุขภาพ 8 สาขา เปิดร้านสะดวกซื้อ “B’s MART” ในเวียดนาม และเปิดร้านสะดวกซื้อ “M point” ในลาว รวม 90 สาขา
    ปีนั้น อัศวิน ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการ บีเจซี ประกาศต่อผู้ถือหุ้นอย่างภาคภูมิว่า บีเจซี ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตกระป๋องอลูมิเนียม ผลิตภัณฑ์แก้วในอาเซียน แล้ว
  • ปี 2557 บีเจซีทำดีลใหญ่ ซื้อกิจการค้าส่งอันดับสองของเวียดนาม “Metro & Cash” บริษัทสัญชาติเยอรมัน ซึ่งมี 19 สาขา คลังสินค้า 2 แห่ง และศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าอีก 2 แห่งมูลค่าราว 2.84 หมื่นล้านบาท ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “เอ็มเอ็ม เมกา มาร์เก็ต เวียดนาม”
    แต่ “เจริญ” มาพลาดซ้ำสองในการประมูลซื้อ “แม็คโคร” ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย บมจ.ซีพีออลล์ คว้าไปในปีเดียวกัน

ก่อนที่ “เจริญ” จะสมหวังในการต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจค้าปลีก เมื่อบริษัทลูกบีเจซี สามารถปิดดีลซื้อหุ้นบิ๊กซี จาก กลุ่มคาสิโน สำเร็จ ด้วยมูลค่าราว 1.22 แสนล้านบาท ในปี 2559 นับเป็นกิจการที่มีมูลค่าสูงสุดเท่าที่บีเจซีเคยซื้อมา

ผลจากการซื้อบิ๊กซี ทำให้ยอดหนี้บีเจซีปีนั้น (2559) เพิ่มเป็น 189,986 ล้านบาท หรือเพิ่มจากปีก่อนหน้าถึง 693 % แต่กระนั้น “เจริญ” ยังไม่หยุดซื้อ

ปลายปี 2561 เขา ควักเงินอีก 3.2 พันล้านบาทซื้อ “บมจ.ไวท์กรุ๊ป” บริษัทค้าสินค้าอุตสาหกรรมเก่าแก่ของ “กลุ่มโอสถสภา” มาอยู่ใต้ร่มเงาบีเจซีเป็นรายล่าสุด

ภาพ: cafef.vn

การรุกด้วยซื้อกิจการของในรอบ 10 ปีเศษที่ผ่านมา ส่งผลให้บีเจซีขยายตัวอย่างก้าวกระโดด มีทรัพย์สินรวมมากกว่าสามแสนล้าน ไล่ตามหลังไทยเบฟมาติดๆ มีโครงข่ายการค้ากระจายอยู่ทั่วอินโดจีน โดยเฉพาะเวียดนามที่บีเจซีสามารถปักหมุด ก้าวขึ้นเป็นผู้นำจุดกระจายสินค้ามากกว่า 200,000 จุด

ความก้าวหน้าดังกล่าวบอกเป็นนัยว่า เป้าหมายของบีเจซีที่จะเป็นกิจการชั้นนำระดับภูมิภาคนั้น ใกล้เข้ามาแล้ว

Add Friend Follow
CHAYANIN SALAYA