Young Executives

‘วราวุธ นาถประดิษฐ์’ กับเป้าหมายขยาย ‘เคอรี่’ หน้าบ้านลูกค้า

กลยุทธ์สำคัญของธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วน มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท อยู่ที่ “ความเร็ว”ในการจัดส่งและจำนวน “จุดรับบริการ” ต้องมีมากและครอบคลุมที่สุด!!

หนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระดับประเทศ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ต้องยกให้ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” (Kerry Express) ที่เปิดดำเนินการมากว่า 11 ปี ด้วยจุดแข็งทางธุรกิจ “จัดส่งภายในวันถัดไป” (Next Day Delivery) ครอบคลุมพื้นที่ 99.9% ทั่วไทย

วราวุธ นาถประดิษฐ์ เคอรี่
วราวุธ นาถประดิษฐ์

วราวุธ นาถประดิษฐ์ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานการค้า บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากทิศทางการเติบโตตลาดอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจรีเทลมุ่งสู่ออนไลน์ คนไทยทุกกลุ่มเริ่มมีประสบการณ์ช้อปปิ้ง ออนไลน์ จากการขยายแพลตฟอร์ม “มาร์เก็ตเพลส” รายใหญ่จากต่างประเทศในไทย  รวมทั้งธุรกิจเอสเอ็มอี หันมาขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์ และการเติบโตของ “พ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์” ที่ต้องการสร้างธุรกิจของตัวเอง ทั้งหมดล้วนต้องการใช้ “บริการขนส่งสินค้า” และ เคอรี่ เข้ามาตอบโจทย์นี้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม

เคอรี่ เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคและแบรนด์เริ่มติดตลาด ในปี 2559 ที่ถือเป็นจุดพีค จากกลยุทธ์ “บอกต่อ” ของกลุ่มคนที่ใช้บริการและชื่นชอบเซอร์วิสส่งด่วนภายในวันถัดไป ที่เป็น Word of mouth จากประสบการณ์ผู้ใช้ปลายทาง

ก่อนแบรนด์เคอรี่ จะเป็นที่รู้จัก เราทำการตลาดทั้ง อีเวนท์ และใช้สื่อโฆษณาเช่นกัน  แต่พบว่าการบอกต่อจากผู้ใช้บริการเป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้จักเคอรี่มากที่สุด จากเซอร์วิสที่เราทำได้ตามเวลา

จนกลายเป็นกระแสว่า “หากใครต้องการใช้บริการส่งพัสดุ จึงนึกถึงเคอรี่เป็นลำดับแรก”

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (Kerry Express)

ปูพรมจุดบริการ 2.5 พันแห่ง

ปัจจุบัน เคอรี่ ให้บริการขนส่งพัสดุขนาดเล็กและสูงสุด 30 กิโลกรัมต่อกล่อง มียอดขนส่งเฉลี่ย 7.5 แสนชิ้นต่อวัน  ทั้งการส่งรูปแบบ บีทูบี ,บีทูซี, และ ซีทูซี  ในสิ้นปี 2561 วางเป้าหมายยอดส่ง 1 ล้านชิ้นต่อวัน  

ด้วยเป้าหมายดังกล่าว ปีนี้จะใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 1,800 ล้านบาท ในการเพิ่มจำนวนยานพาหนะที่ให้บริการ “แบงคอค เซมเดย์” เพิ่มขึ้นเป็น “สองเท่า”  และปรับแผนขยายจุดบริการ ให้ได้ 2,500 สาขา ในสิ้นปี 2561

ที่ผ่านมาได้ลงทุนจำนวนมากเพื่อสร้างแบรนด์ “แบงคอค เซมเดย์” บริการจัดส่งพัสดุด่วนใน 1 วัน พื้นที่กรุงเทพฯ จนเป็นยอมรับในกลุ่มผู้บริโภค เชื่อว่าบริการนี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมการส่งพัสดุของลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ​ ได้

เคอรี่ Bangkok SameDay
เคอรี่ Bangkok SameDay

โดย เคอรี่ มีพันธมิตรจุดบริการในกลุ่ม “แบรนด์” เกือบ 1,000 แห่ง เช่น แฟมิลี่ มาร์ท ,ออฟฟิศ เมท ,ท็อปส์ ,บีทูเอส , บิ๊กซี, เชลล์, จิฟฟี่, ปตท. โดยมุ่งเป็นพันธมิตรกับพื้นที่รีเทล เพื่อให้ เคอรี่ เป็นบริการที่จับต้องได้เหมือนการซื้อสินค้าทั่วไป  นอกจากนี้ยังมีร้านค้า โชห่วย ร้านขายยา ร้านกาแฟ อีกกว่า 400 แห่ง  เป็นต้น

ปั้นแพลตฟอร์ม“สาธารณะ”ส่งสินค้า

วราวุธ บอกว่าเป้าหมายของเคอรี่ คือ การสร้าง “แพลตฟอร์ม สาธารณะ” (Public service) บริการจัดส่งสินค้า ตอบสนองความต้องการของฝั่ง “ผู้ส่ง” ทุกกลุ่ม โดยวางเป้าหมายปี 2563 ไว้ที่ 5,000 จุดบริการ ทั้งการขยายร้านเองและเครือข่ายพันธมิตร

การขยายช็อปเคอรี่ จะกระจายทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด  พื้นที่ กรุงเทพฯ จะซอยเส้นทางให้สั้นลง  เพื่อสร้างความสะดวกในการเข้าถึงบริการเคอรี่

หากรถไฟฟ้าขยายเส้นทางมาอยู่ที่หน้าบ้าน เชื่อว่าจะเกิดความต้องการใช้งานบริการ เหมือนกับ บริการเคอรี่ เมื่อขยายช็อปไปใกล้ผู้บริโภค ก็จะเกิดดีมานด์ใช้บริการส่งของเช่นกัน

ส่วนพื้นที่ ต่างจังหวัด หลังจากเปิดจุดบริการครอบคลุมระดับอำเภอเมืองแล้ว ปีนี้จะขยายต่างอำเภอ และระดับตำบล  เพื่อกระตุ้นการใช้บริการในต่างจังหวัด พร้อมเป็นช่องทาง ให้คนท้องถิ่น สร้างธุรกิจค้าขายออนไลน์ โดยมีเคอรี่ เป็นผู้ดูแลการส่งสินค้าให้

วาง 2 หมื่นเส้นทางใกล้ชิดลูกค้า

ปัจจุบันเคอรี่ มีเส้นทางขนส่งสินค้ากว่า 1 หมื่นเส้นทางต่อวัน  เป้าหมายปีนี้ ขยายเพิ่มเป็น  2 หมื่นเส้นทางต่อวัน เพื่อขยับเข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น และทำให้การขนส่งรวดเร็วขึ้น

“ผู้บริโภคบอกว่าเคอรี่ ส่งเร็วที่สุดอยู่แล้ว แต่เมื่อปริมาณพัสดุเพิ่มขึ้น เรามีหน้าที่ต้องอยู่ใกล้ลูกค้ามากขึ้น เพิ่มความเร็ว รองรับตลาดที่มีขนาดใหญ่ ในยุคอีคอมเมิร์ซเติบโตสูง”

Kerry Express เคอรี่

การขยายเครือข่ายสาขาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย นอกจากทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการจัดส่งพัสดุได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การทำตลาดแบบ O2O (online-to-offline)  ด้วยเชื่อว่าอีกไม่นานลูกค้าจะสามารถสั่งสินค้าจากช่องทางออนไลน์ และเลือกได้ว่าจะไปรับสินค้านั้นด้วยตนเองจากศูนย์บริการเคอรี่ ใกล้บ้าน เพื่อสร้างประสบการณ์จัดส่งและรับพัสดุที่สะดวกสบายกว่าเดิม

ปัจจุบันมีผู้ขายสินค้าออนไลน์ สัดส่วน 20% ใช้บริการในสาขาของ เคอรี่ แล้วเลือกส่งพัสดุผ่านเครื่องให้บริการด้วยตนเองได้แทนที่จะใช้บริการผ่านเคาน์เตอร์ปกติ  ขั้นตอนออกแบบให้ง่าย ด้วยการ สแกนคิวอาร์โค้ด ที่ได้รับจากทาง Seller Centre ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ  แล้วสั่งพิมพ์ใบปะหน้าเพื่อติดลงบนพัสดุ พร้อมยื่นให้พนักงานประจำสาขา โดยไม่ต้องชำระเงิน เพราะ เคอรี่จะดำเนินการหักจากบัญชีผู้ขายโดยตรง

ชู“สปีด-เซอร์วิส”แตกต่าง

เคอรี่ ให้ความสำคัญ เรื่อง “สปีด” และ “เซอร์วิส” ที่สร้างความแตกต่าง  ทั้งการโทรไปหาผู้รับ เพื่อเลือกเวลาที่รับของที่สะดวก  บริการ Cash on delivery(COD) หรือการเก็บเงินปลายทางจากผู้รับของ ซึ่งเป็นบริการที่ตอบโจทย์ ผู้ขายสินค้ารายย่อยและผู้รับที่ต้องการเห็นหรือได้รับของก่อนจ่ายเงิน

“ในโลกเทคโนโลยี หากผู้ขายและผู้ซื้อ กลัวเรื่องการจ่ายเงินก่อนการส่งและรับของ จะทำให้พลาดดีลการซื้อขาย บริการซีโอดี จึงเข้ามาช่วยตอบโจทย์ให้เกิดการขายที่ง่ายขึ้น และผู้บริโภคมั่นใจใช้บริการ”

Kerry Express เคอรี่

ปัจจุบันกลุ่มบีทูซี ประเภทมาร์เก็ตเพลส  เอสเอ็มอี พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ใช้บริการซีโอดี สัดส่วน 70-80% ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้ค้ารายย่อย นำมาใช้ขยายธุรกิจ ในยุคอีคอมเมิร์ซเติบโต ช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสทางการขายมากขึ้น

นับตั้งแต่ปี 2555 เคอรี่ เติบโตแบบ“เท่าตัว” ทุกปี จึงมองว่าโอกาสที่จะเติบโตดับเบิลอีกครั้งในปีนี้ น่าจะเกิดขึ้นได้ แม้ฐานธุรกิจจะมีขนาดใหญ่ แต่โอกาสในตลาดก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะในยุคที่อีคอมเมิร์ซเติบโตสูง  ช่วงปี 2555-2556 ช้อป ออนไลน์ มีสัดส่วนราว 1% ของตลาดค้าปลีก  2 ล้านล้านบาท วันนี้ หากขยับไป 10% ถือเป็นมูลค่ามหาศาล ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่เป็นปัจจัยผลักดันธุรกิจส่งสินค้า 2 หมื่นล้านบาท ปี 2560 ขยายตัวสูงนับจากนี้

ตั้งแต่ปี 2559 เคอรี่ ได้ลงทุนขยายธุรกิจด้วยเม็ดเงินปีละ 1,000 ล้านบาทมาต่อเนื่อง  แต่ปีนี้เห็นโอกาสการเติบโตก้าวกระโดด จึงปรับเพิ่มเม็ดเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 1,800 ล้านบาท!! เชื่อว่าจะสร้างรายได้ขยายตัวแบบดับเบิลเช่นกัน!!

 

RATTIYA Angkulanon