Business

ชินวะกรุ๊ปลุยอสังหาฯไทย-ชิ้นส่วนวัสดุส่งออก

นายวิชัย จุฬาโอฬารกุล กรรมการบริหาร บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด

นายวิชัย จุฬาโอฬารกุล กรรมการบริหาร บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวถึง แผนดำเนินธุรกิจอสังหาฯในไทย ของบริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) ว่าเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯจากกลุ่มชินวะ ของญี่ปุ่น เข้ามาพัฒนาธุรกิจอสังหาฯในไทยประมาณ 4 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ร่วมทุนกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท วรลักษณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ก่อตั้งบริษัท ดับเบิ้ลยู-ชินวะ จำกัด ขึ้นมาเพื่อดำเนินโครงการ “Runesu Thonglor 5 (รูเนะสุ ทองหล่อ 5)” คอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่นที่ขายปิดโครงการไปแล้ว

โครงการ “Runesu Thonglor 5″

โครงการนี้ใช้ลิขสิทธิ์การก่อสร้างชิ้นส่วนของ ซิกม่า บีม (Sigma Beam) กลับคานเป็นพื้น-กลับพื้นเป็นคาน เพิ่มพื้นที่ใช้ประโยชน์ใช้สอยภายในห้องชุด โดยเฉพาะพื้นที่เก็บของในส่วนของพื้น ซึ่งกลับคานมาใช้เป็นช่องว่างในการเก็บของ เพิ่มประโยชน์ใช้สอยพื้นที่ได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกใน Southeast Asiaที่นำการก่อสร้างระบบนี้มาใช้ โดยบริษัทแม่ชินวะ กรุ๊ป ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโอซาก้า ได้เตรียมขยายแผนลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ชินวะ เรียลเอสเตท ได้ร่วมทุนกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยรายที่สอง คือบริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์และความชำนาญงานก่อสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ และอาคารสถานที่ราชการทั่วประเทศ และบริษัท พรีแซนซ์ คอร์ปอเรชั่น (Pressance Corporation)บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่มียูนิตสร้างขายอันดับ 2 ที่ประเทศญี่ปุ่น

การร่วมทุนชินวะ-พรีบิลท์

ร่วมทุนในสัดส่วน พรีบิลท์ 49% ชินวะ 26% และพรีแซนซ์ 25% ก่อตั้งบริษัท ชินวะ เอส 39 จำกัด ขึ้นมาเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมโรวไลส์ โครงการเร็น สุขุวิท 39 (REN Sukhumvit 39) คอนโดมิเนียมหรู ที่ออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ เหมือนคอนโดฯที่ประเทศญี่ปุ่น โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย39 มูลค่าโครงการ 2,600 ล้านบาท เป็นครั้งแรกของการก่อสร้างด้วยนวัตกรรม “รูเนะสุ”

โครงการเร็น สุขุวิท 39 ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 2 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา ถนนสุขุมวิท ซอย 39 (ซอยพร้อมมิตร) โดยเป็นอาคารสูง 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวนรวม 298 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 2,600 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นครั้งแรกในไทยของการก่อสร้างห้องชุดด้วยนวัตกรรม “รูเนะสุ” ทั้งโครงการ มี 2 แบบให้เลือก คือ 1 และ 2 ห้องนอน พร้อมระบบรูเนะสุ ทุกห้อง ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 30(+12) – 66(+18) ตารางเมตร โดยพื่้นที่ส่วนที่บวกเพิ่มคือพื้นที่ส่วนพื้นซึ่งออกแบบสำหรับใช้เป็นที่เก็บของ หรือจัดฟังก์ชั่นเพิ่มประโยชย์สอยอื่น

 

การออกแบบสไตล์ญี่ปุ่นกลับคานเป็นพื้นเพิ่มพื้นที่เก็บของ

โครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกที่ใช้เทคโนโลยีการก่อสร้าง “รุเนะสุ” การกลับคานเป็นพื้นเพื่อใช้เก็บของ และกลับพื้นเป็นคานเพื่อประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ซึ่งนายวิชัย เผยว่า เป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างที่นำเข้าจากญี่ปุ่น และในอนาคตจะมีการจ้างโรงงานผลิตระบบก่อสร้างนี้ ด้วยชิ้นส่วนของลิขสิทธิ์ ซิกม่า บีม ซึ่งจะผลิตในไทยและส่งออกไปขายต่างประเทศในอนาคต ซึ่งชินวะ กรุ๊ปมีแผนขยายการลงทุนในอนาคต

ส่วนแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทย นายวิชัย กล่าวว่า ชินวะกรุ๊ป มองโอกาสขยายการลงทุน ทั้งลักษณะการร่วมทุนเพิ่มกับกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ และมีแผนขยายการพัฒนาโครงการทั้งแนวสูง คอนโดมิเนียมต่างๆ และโครงการแนวราบ กลุ่มบ้านจัดสรร โดยมองโอาสขยายการลงทุนต่อเนื่องปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายการลงทุนเป็น 7,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า

โครงการ Runesu-ทองหล่อ-5

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทย นอกจากตลาดผู้บริโภคคนไทยแล้ว ชินวะ ยังเน้นตลาดนักลงทุนจากญี่ปุ่น ซึ่งชินวะกรุ๊ป มีฐานลูกค้าอยู่ในมือจำนวนหนึ่ง และมีฐานข้อมูลความต้องการซื้ออสังหาฯไทยของชาวญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการซื้ออสังหาฯในไทย ในกลุ่มราคาระหว่าง 5-9 ล้านบาทมากที่สุด ทำให้บริษัทมองการพัฒนาอสังหาฯรองรับตลาดกลุ่มนี้ ซึ่งคาดว่ายังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ชินวะ กรุ๊ป-บริษัทแม่จากญี่ปุ่น มีความชำนาญในการบริหารงานห้องชุดอย่างมาก โดยปัจจุบันมีบริหารจัดการห้องชุดกว่า 5,000 ยูนิต ดังนั้นจึงจะนำระบบการบริหารจัดการที่ประสบความสำเร็จที่ญี่ปุ่นมาปรับใช้ในไทย” นายวิชัย กล่าว

Add Friend Follow
Orawan Hoichan